กัวซา

เหตุผลดีๆที่ควรทำกัวซาที่สอิ้มคลินิกการแพทย์แผนไทย

เหตุผลดีๆที่ควรทำกัวซาที่สอิ้มคลินิกการแพทย์แผนไทย

หมออิ้ม ผู้รักษากัวซา1.มีใบอนุญาตประกอบการ (สถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ใบอนุญาตเลขที่ 10108001850)
2.ประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยมามากกว่าสิบปี ในหลากหลายอาการเช่น

  1. อาการออฟฟิตซินโดรมต่างๆ
  2. ปวดหัว, ไมเกรน, วิงเวียนศีรษะ
  3. ท้องผูก ท้องอืด
  4. นอนไม่หลับ
  5. ภูมิแพ้, หอบหืด
  6. หูอื้อ
  7. ปวดประจำเดือน ฯลฯ

พิษในร่างกาย
3. ใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรค ควบคู่กับการขูดกัวซา จึงได้ผลดีกว่า เห็นผลเร็วกว่าการขูดรักษาเพียงอย่างเดียว
– ยาสมุนไพรปรุงเองจากสมุนไพรธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีเจือปน
– มีใบอนุญาตถูกต้อง (โบราณเวชกรรม 17352)
4. ห้องขูดรักษาไม่ติดแอร์ เพราะการขูดกัวซา ต้องกระตุ้นให้รูขุมขนเปิด และระบายความร้อน เหงื่อ ออกมาทางผิวหนัง
หากขูดกัวซาในห้องที่ติดแอร์ อากาศจะเย็น รูขุมขนจะไม่เปิด การระบายความร้อนและเหงื่อออกมาทางผิวหนังจะทำได้ไม่ดี
สอิ้มคลินิกการแพทย์แผนไทย จึงไม่ใช้เครื่องปรับอากาศในห้องขูดกัวซา เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด
5. ใช้นำมันงาบริสุทธิ์สกัดเย็น และว่านหลากหลายชนิดที่มีสรรพคุณทางยา มาปรุงเป็นน้ำมัน เพื่อใช้สำหรับขูดกัวซา
สรรพคุณของน้ำมันงา เช่น

  1. น้ำมันงามีสรรพคุณในการต่อต้าน แบบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส
  2. น้ำมันงามีสรรพคุณในการลดการอักเสบ
  3. น้ำมันงามีสารต้านอนุมุลอิสระ เมื่อซึมซับลงไปสู่ชั้นผิว จะทำลายอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น จึงทำให้มีสรรคุณต้านมะเร็งด้วย
  4. น้ำมันงามีสรรพคุณในการช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเซลให้เป็นปกติ
  5. ใช้ทาผิวหนัง หมักผม นวดหนังศีรษะ เพื่อป้องกันหนังศีรษะแห้ง และช่วยให้ผมดูเงางาม
  6. เมื่อใช้น้ำมันงาทาผิว จะช่วยขับสารพิษชนิละลายน้ำได้ เมื่อล้างออกสารพิษจะละลายน้ำออกไป
  7. น้ำมันงามีสรรพคุณใช้นวด เพื่อลดอาการปวดตามข้อได้

6. เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สอิมคลินิกการแพทย์แผนไทยจึงไม่มีสาขาอื่น ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า
ผู้มาใช้บริการ จะได้รับการบริการที่มีมาตรฐานเดียวกันทุกครั้งที่มารับการรักษากับเรา

กัวซากับการขูดพิษ

กัวซาคืออะไร

ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าของสังคม  และเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ทำให้คนในปัจจุบัน ต้องทำทุกอย่างด้วยความเร่งรีบ กดดัน  ขาดการเคลื่อนไหว  ขาดการออกกำลังกาย  และมีวิถีชีวิตที่ห่างไกลจากธรรมชาติออกไปทุกขณะ  ทำให้ระบบเลือด และเซลล์ในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ราบรื่น  ก่อให้เกิดโรคต่างๆขึ้นมากมาย   ซึ่งมีหลายโรคที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  ทำให้ “กัวซา” ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาวจีนที่ถ่ายทอดกันมา  จึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

รู้จักกัวซา

กัวซาคืออะไร

กัวซา” เป็นวิธีบำบัดแบบพื้นบ้าน ที่แพร่หลายกันมาแต่โบราณ ไม่ทราบผู้ค้นคิด หรือยุคสมัยที่แน่นอน

หลักฐานทางการแพทย์แผนจีน มีบันทึกเกี่ยวกับการบำบัดด้วย “กัวซา” ที่เก่าแก่ที่สุดคือ “ตำรับยอดนิยมของหมอกลางบ้าน” เขียนโดย เวย อี้ หลิน แพทย์จีนสมัยราชวงศ์หยวน ราวปี ค.ศ. 1337 จัดให้ “กัวซา” เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการบำบัดทางการแพทย์จีน

รักษาอาการ หอบหืด

รักษาอาการ หอบหืดด้วยการขูดกัวซาตามจุด

ความหมาย

คำว่า “กัว”หมายถึง  การกวาด หรือ ขูด

คำว่า “ซา”หมายถึง  อาการของพิษโรค  ซึ่งปรากฏบนผิวเป็นรอยผื่น หรือจ้ำ แดงๆ คล้ายเม็ดทราย

ดังนั้น “กัวซา” ก็คือ การขูดผิวหนังเพื่อเสาะหาพิษ หรือโรคที่แอบแฝงอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย และทำการกระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือด ส่งเสริมการไหลเวียนของพลังลมปราณในร่างกายขับพิษ หรือความร้อนออกจากร่างกาย  นับเป็นการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรู้ได้ง่าย สะดวก เห็นผลเร็ว  ประหยัด  และทำได้ด้วยตนเอง  ที่สำคัญคือ “ไม่ต้องกินยา”

หลักการบำบัดของ “กัวซา

กัวซา” จัดเป็นการบำบัดในประเภทเดียวกับการฝังเข็ม เนื่องจากการขูดนั้น ขูดไปตามแนวจุดของการฝังเข็ม เช่นเดียวกับ การ “ดูดแก้ว”

การขูด “กัวซา” จะขูดไปตามเส้นลมปราณ และลงได้ลึกกว่าการนวดด้วยมือ ดังนั้นจึงทำให้เซลล์แยกตัวออกจากกันจนเกิดช่องว่าง“พิษ”หรือของเสีย อันเป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บป่วย หรือเจ็บปวด ที่คั่งอยู่ใต้ผิวลึกๆ จึงแทรกตัวผ่านช่องว่างของเซลล์ออกมาอยู่ที่ใต้ผิวชั้นบน ทำให้ร่างกายสามารถขับออกได้ตามวิธีปกติ

การกินยา “อาการหาย” แต่ “โรค” ยังอยู่แต่การ “กัวซา” ขับ “โรค” ออกด้วย

กัวซากับการขูดพิษ

กัวซา บอกสุขภาพ

สีของจุดแดงที่ปรากฏ บ่งบอกถึงระดับของพิษที่สะสมอยู่ และยังบอกถึงส่วนของร่างกายที่มีอาการบกพร่องอีกด้วย

สีชมพู หรือแดงเรื่อๆ แสดงว่า  ดี

แดงเป็นปื้น แสดงว่า พิษเริ่มสะสม

แดงเป็นจ้ำเหมือนไข้เลือดออก แสดงว่า พิษถูกสะสมมานาน

แดงช้ำ แสดงว่า พิษสะสมมาก

ช้ำเป็นสีม่วงดำ แสดงว่า พิษมากถึงขั้นมะเร็ง

จากอดีต ถึง ปัจจุบัน

  • ในอดีตชาวจีน ใช้เหรียญกษาปณ์ หรืออุปกรณ์ในครัวเรือน เช่น ช้อน ชาม หรือ ถ้วย มาขูดที่ผิวหนังบ้างก็ใช้ป่าน ปอ ชุบน้ำ มาตีและฟาด บริเวณ หลัง ไหล่ หรือ แขน ขา จนกว่าจะปรากฏรอยผื่นแดง เพื่อบำบัดอาการไข้หวัด หรืออาการเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ
  • ปัจจุบัน ยังแพร่หลายในหมู่ชนเชื้อสายจีนแต่มีการปรับปรุงอุปกรณ์ โดยเลือกจากวัสดุธรรมชาติ  ให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานยิ่งขึ้น เช่น จับถนัดมือ ให้ผลเร็ว ไม่เจ็บ ปลอดภัย ไม่ติดเชื้อ

 

อุปกรณ์หลักในการ “กัวซา

  1. 1. แผ่นกัวซา
  • กระเบื้อง เช่น ขอบช้อน ปากจานชาม ที่มีขอบเรียบลื่น
  • โลหะ เช่น เหรียญกษาปณ์ แผ่นโลหะ ช้อนสแตนเลส
  • ผลิตภัณฑ์จากพืช และสัตว์ เช่น แผ่นไม้ไผ่ เปลือกหอย เขาสัตว์
  • หินหยก (เหมาะสำหรับใบหน้า)
  1. 2. ตัวประสาน
  • ประเภทของเหลว เช่น น้ำสะอาด น้ำมัน น้ำแร่
  • ประเภทครีม เช่น วาสลิน โลชั่น

 

วัตถุประสงค์ในการทำกัวซา

  • กัวซา เพื่อหาร่องรอยของโรค และการบำบัดรักษา
  • กัวซา เพื่อการผ่อนคลาย หายปวดเมื่อย
  • กัวซา เพื่อความงาม

 

กัวซาขูดพิษ/ขูดลมตามร่างกาย

  • ควรทำการกัวซาในสถานที่โล่งโปร่ง และลมไม่โกรกจัด
  • ใช้ขี้ผึ้งย่านาง เสลดพังพอน ยาหม่อง น้ำมันเขียว น้ำมันเหลือง ฯลฯ ทาบริเวณผิวหนังที่รู้สึกไม่สบาย หรือบริเวณหลัง แขน ขา เพราะเป็นบริเวณที่ถอนพิษจากร่างกายได้ดี
  • ถ้ารู้สึกหนาวเย็น ควรใช้น้ำอุ่น น้ำมัน หรือขี้ผึ้งที่ไม่เย็นเกินไปทา
  • ลงน้ำหนักสม่ำเสมอ แรงพอสบาย ไม่เจ็บทรมาน จุดละ10-50 ครั้ง
  • ไม่ควรขูดบริเวณแผลฝีหนอง หรือบริเวณที่รู้สึกเจ็บมาก ให้ขูดตรงข้ามหรือข้างเคียง
  • ควรอาบน้ำหลังขูด 4-8 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวหนังระบายพิษ การอาบน้ำเย็น

ทำให้เส้นเลือดหดตัวบีบพิษกลับสู่เซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะ
กัวซา กับสุขภาพความงาม
กัวซา กับใบหน้า เป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวหนังบริเวณใบหน้าโดยตรง กระตุ้นการหมุนเวียนสูบฉีดของโลหิต ทำให้ได้รับออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเต็มที่ พร้อมกันนั้น ก็เป็นการเร่งให้ร่างกายขับสารพิษออกไปเร็วขึ้น เป็นผลให้ผิวพรรณเต่งตึง เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น เป็นประกาย มีเลือดฝาด ลดรอยเหี่ยวย่น และจุดด่างดำ

ประโยชน์ของการ ทำ “กัวซา ใบหน้า

ช่วยขับสารพิษบนใบหน้า อันเป็นสาเหตุของสิว ฝ้า หน้าหมองคล้ำ ไม่สดใส

  1. ลบเลือนริ้วรอยแห่งวัย ถุงใต้ตา หางตา  ร่องแก้ม
  2. กระตุ้นเส้นชีพจรบนใบหน้า เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวหน้า และอวัยวะภายใน
  3. ยกกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า หนังตา แก้ม  ปรับเปลี่ยนรูปหน้า
  4. กระตุ้นการหมุนเวียนเลือด ทำให้ใบหน้าได้รับออกซิเจนและสารอาหารเต็มที่
  5. ผิวพรรณสดใส เต่งตึง

ขอขอบคุณ รูปภาพ “เส้นทางลมปราณ” และ “ทิศทางของการกัวซา

จาก ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ

ปวดศีรษะ ไมเกรน

ปวดศีรษะ ไมเกรน
ความเครียด คิดมาก ทำงานหนักพักผ่อนน้อย นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ (เป็นที่นิยมกันมากสมัยนี้ต้องนั่งก้มหน้าจิ้ม iPad บางคนเครียดเพราะเล่นเกมส์ไม่ผ่านก็ยังมีนะคะ) ทำให้กล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ ตึง เลือด – ลมไหวเวียนไม่สะดวก
ขึ้นชื่อว่าไมเกรน ถ้าใครไม่เคยเป็นย่อมไม่เคยจะรู้หรอกว่าความทรมานมันมากมายสักเพียงไหน หากได้ปวดไมเกรนขึ้นมาแล้วละก็ งานการไม่ต้องทำกัน กินยาแก้ปวดแล้วนอนอย่างเดียว ครั้นจะห้ามไม่ให้เครียด ไม่ให้ปวดก็ไม่ได้เสียด้วย
มาดูกันค่ะว่าการขูดกัวซา(Guasa) รักษาไมเกรนนั้น เค้าขูดกัวซากันตรงไหนบ้าง
วิธีการกัวซา
จุดที่ขูดกัวซาได้แก่
1. บริเวณศีรษะด้านบน (จากด้านหน้า ไปจนถึงท้ายทอย)
2. บริเวณศีรษะด้านข้าง : ทั้งสองข้าง
3. บริเวณหน้าผาก (เหนือหัวคิ้ว)
4. บริเวณหางคิ้ว : ทั้งสองข้าง
5. บริเวณข้างใบหูด้านบน : ทั้งสองข้าง
6. บริเวณท้ายทอย : ทั้งสองข้าง
7. บริเวณบ่าทั้งสองข้าง : แนวเส้นด้านซ้าย (1), แนวเส้นด้านขวา (2)
8. บริเวณข้อศอกด้านหลัง : ทั้งสองข้าง
9. จุดโคนนิ้วชี้ : ทั้งสองข้าง

ปวดศีรษะ ไมเกรน

ปวดศีรษะ ไมเกรน

การขูดกัวซารักษาอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ พยายามเครียดให้น้อย (หลายคนคงไม่อยากเครียดหรอกจริงมั้ยคะ) ละสายตาจากคอมพิวเตอร์บ้าง เงยหน้าจากโต๊ะทำงาน ละสายตา iPad บ้าง เพื่อลดความตึงเครียดจากกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ เท่านี้อาการปวดไมเกรนก็จะลดลงได้ค่ะ

วิงเวียนศีรษะ

          วิงเวียนศีรษะ อาการหวิวๆหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ มีสาเหตุมาจาก การพักผ่อนไม่เพียงพอ การนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะทำงานเป็นเวลานานๆ โดยไม่เปลี่ยนท่าไปไหน พอลุกขึ้นจากโต๊ะ หรือเงยหน้า ขยับหัว อาการวิงเวียนศีรษะก็อาจเกิดขึ้นได้ รวมไปถึงการที่เรายืนอยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ อาการเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมก็เกิดขึ้นได้ โดยมิได้นัดหมาย บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว หูอื้อร่วมด้วย
อาการเหล่านี้ มีสาเหตุจากระบบเลือด – ลม ในร่างกายอุดตัน ไหลเวียนไม่ดี ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณหลัง – ท้ายทอย และหัวไหล่
เรามาดูกันค่ะว่าจะขูดกัวซา(Guasa) เพื่อรักษาอาการวิงเวียนศีรษะนี้ได้อย่างไร ขูดกัวซาตรงจุดไหนบ้าง
วิธีการกัวซา
จุดที่ขูดกัวซาได้แก่
1. บริเวณศีรษะด้านบน : แนวเส้นกลาง (1), แนวเส้นด้านซ้าย (2), แนวเส้นด้านขวา (3)
2. บริเวณศีรษะด้านหน้า : แนวเส้นด้านซ้าย (1), แนวเส้นด้านขวา (2)
3. บริเวณกลางศีรษะถึงท้ายทอย
4. บริเวณท้ายทอยด้านข้างถึงบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้าง: แนวเส้นด้านซ้าย(1), แนวเส้นด้านขวา(2)
5. บริเวณแผ่นหลัง: แนวเส้นด้านซ้าย (1), แนวเส้นด้านขวา (2)
6. บริเวณหน้าแข้ง : ทั้งสองข้าง
7. บริเวณข้อเท้าด้านใน : ทั้งสองข้าง
8. บริเวณหลังเท้าเหนือนิ้วชี้ : ทั้งสองข้าง
9. บริเวณฝ่าเท้า : ทั้งสองข้าง
นอกจากการขูดกัวซาแล้ว หากรู้ตัวว่าต้องนั่งทำงานนานๆ ควรจะลุกมาเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ขยับซ้ายทีขวาที นอกจากจะแก้เมื่อยแล้วยังช่วยให้อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะน้อยลงด้วยค่ะ

กัวซากับการขูดพิษ

กฎเหล็กที่ต้องทราบก่อนคิดจะขูด กัวซา

มาพูดกันถึงวิธีขูด กัวซา ที่เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ถึงแม้วิธีขูดพิษจะทำกันได้ง่ายไม่มีอันตรายก็จริง แต่ก็มีข้อควรระวังหรือข้อยกเว้นที่ต้องรู้เกี่ยวกับการขูด กัวซา ไว้เช่นกัน

1.สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจไม่ควรทำการ กัวซา เพราะอาจทำให้เกิดภาวะฉุกเฉิน อาการกำเริบขึ้นในระหว่างการทำ กัวซา

2.ผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งไม่ควรทำการ กัวซา เพราะอาจจะทำให้เซลล์มะเร็งแตกตัวได้

3.ผู้ที่มีปัญหาบาดแผล เช่น สิว ฝี หนอง แผลพุพอง ไม่ควรทำการ กัวซา เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื่อได้

4.สตรีมีครรภ์ไม่ควรทำการ กัวซา เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายแก่เด็กในครรภ์ได้

5.สตรีที่อยู่ในระหว่างการมีประจำเดือน ไม่ควรทำการ กัวซา เพราะช่วงเวลานั้นร่ายกายมีการเสียเลือดอยู่หากทำการ กัวซา อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ และเป็นลมได้

6.ผู้ที่มีอาการมึนเมา ท้องว่าง หรือกินอิ่มเกินไป ไม่ควรทำการ กัวซา เพราะอาจทำให้เกิดการวิงเวียนศีรษะ และเป็นลมในระหว่างการทำ กัวซา ได้

7.ห้ามกัวซาบริเวณสะดือ

8.ผู้ที่กระดูกหักและยังไม่สมานติดกันดี ไม่ควรทำการ กัวซา

ลงมือทำกัวซา