ปวดศีรษะ ไมเกรน

ปวดศีรษะ ไมเกรน
ความเครียด คิดมาก ทำงานหนักพักผ่อนน้อย นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ (เป็นที่นิยมกันมากสมัยนี้ต้องนั่งก้มหน้าจิ้ม iPad บางคนเครียดเพราะเล่นเกมส์ไม่ผ่านก็ยังมีนะคะ) ทำให้กล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ ตึง เลือด – ลมไหวเวียนไม่สะดวก
ขึ้นชื่อว่าไมเกรน ถ้าใครไม่เคยเป็นย่อมไม่เคยจะรู้หรอกว่าความทรมานมันมากมายสักเพียงไหน หากได้ปวดไมเกรนขึ้นมาแล้วละก็ งานการไม่ต้องทำกัน กินยาแก้ปวดแล้วนอนอย่างเดียว ครั้นจะห้ามไม่ให้เครียด ไม่ให้ปวดก็ไม่ได้เสียด้วย
มาดูกันค่ะว่าการขูดกัวซา(Guasa) รักษาไมเกรนนั้น เค้าขูดกัวซากันตรงไหนบ้าง
วิธีการกัวซา
จุดที่ขูดกัวซาได้แก่
1. บริเวณศีรษะด้านบน (จากด้านหน้า ไปจนถึงท้ายทอย)
2. บริเวณศีรษะด้านข้าง : ทั้งสองข้าง
3. บริเวณหน้าผาก (เหนือหัวคิ้ว)
4. บริเวณหางคิ้ว : ทั้งสองข้าง
5. บริเวณข้างใบหูด้านบน : ทั้งสองข้าง
6. บริเวณท้ายทอย : ทั้งสองข้าง
7. บริเวณบ่าทั้งสองข้าง : แนวเส้นด้านซ้าย (1), แนวเส้นด้านขวา (2)
8. บริเวณข้อศอกด้านหลัง : ทั้งสองข้าง
9. จุดโคนนิ้วชี้ : ทั้งสองข้าง

ปวดศีรษะ ไมเกรน

ปวดศีรษะ ไมเกรน

การขูดกัวซารักษาอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ พยายามเครียดให้น้อย (หลายคนคงไม่อยากเครียดหรอกจริงมั้ยคะ) ละสายตาจากคอมพิวเตอร์บ้าง เงยหน้าจากโต๊ะทำงาน ละสายตา iPad บ้าง เพื่อลดความตึงเครียดจากกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ เท่านี้อาการปวดไมเกรนก็จะลดลงได้ค่ะ

วิงเวียนศีรษะ

          วิงเวียนศีรษะ อาการหวิวๆหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ มีสาเหตุมาจาก การพักผ่อนไม่เพียงพอ การนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะทำงานเป็นเวลานานๆ โดยไม่เปลี่ยนท่าไปไหน พอลุกขึ้นจากโต๊ะ หรือเงยหน้า ขยับหัว อาการวิงเวียนศีรษะก็อาจเกิดขึ้นได้ รวมไปถึงการที่เรายืนอยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ อาการเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมก็เกิดขึ้นได้ โดยมิได้นัดหมาย บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว หูอื้อร่วมด้วย
อาการเหล่านี้ มีสาเหตุจากระบบเลือด – ลม ในร่างกายอุดตัน ไหลเวียนไม่ดี ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณหลัง – ท้ายทอย และหัวไหล่
เรามาดูกันค่ะว่าจะขูดกัวซา(Guasa) เพื่อรักษาอาการวิงเวียนศีรษะนี้ได้อย่างไร ขูดกัวซาตรงจุดไหนบ้าง
วิธีการกัวซา
จุดที่ขูดกัวซาได้แก่
1. บริเวณศีรษะด้านบน : แนวเส้นกลาง (1), แนวเส้นด้านซ้าย (2), แนวเส้นด้านขวา (3)
2. บริเวณศีรษะด้านหน้า : แนวเส้นด้านซ้าย (1), แนวเส้นด้านขวา (2)
3. บริเวณกลางศีรษะถึงท้ายทอย
4. บริเวณท้ายทอยด้านข้างถึงบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้าง: แนวเส้นด้านซ้าย(1), แนวเส้นด้านขวา(2)
5. บริเวณแผ่นหลัง: แนวเส้นด้านซ้าย (1), แนวเส้นด้านขวา (2)
6. บริเวณหน้าแข้ง : ทั้งสองข้าง
7. บริเวณข้อเท้าด้านใน : ทั้งสองข้าง
8. บริเวณหลังเท้าเหนือนิ้วชี้ : ทั้งสองข้าง
9. บริเวณฝ่าเท้า : ทั้งสองข้าง
นอกจากการขูดกัวซาแล้ว หากรู้ตัวว่าต้องนั่งทำงานนานๆ ควรจะลุกมาเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ขยับซ้ายทีขวาที นอกจากจะแก้เมื่อยแล้วยังช่วยให้อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะน้อยลงด้วยค่ะ

สาเหตุของโรค เวียนศีรษะ

เวียนศีรษะ Dizziness

อาการ เวียนศีรษะ เชื่อว่าหลายท่านคงเคยเป็น อาการนี้จะทำให้รู้สึก งุนงง หนักศีรษะ ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการที่ว่ามานี้ไม่เป็นอาการที่ชัดเจนเหมือนโรคอื่นแม้ว่าภาวะนี้จะพบบ่อยแต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ร้ายแรง สาเหตุที่พบได้บ่อยคือ จากหูชั้นใน และจากระบบความดันโลหิต และเมื่อไปพบแพทย์ผู้ป่วยจะให้ข้อมูลสับสนจนทำให้แพทย์วินิฉัยได้ยาก เรามาทำความเข้าใจถึงอาการ เวียนศีรษะ ให้มากขึ้นกันดีกว่าคะ

ลำดับการวินิฉัยอาการ เวียนศีรษะ เป็นข้อๆ

แพทย์จะมีคำถามเกี่ยวกับอาการ เวียนศีรษะ คล้ายๆกันเพื่อให้การวินิฉัยหาสาเหตุ อาการ เวียนศีรษะ ได้ถูกต้อแม่นยำและรักษาได้ตรงจุดท่านทอลองตอบคำถามเกี่ยวกับอาการ เวียนศีรษะ ด้านล่างนี้

1.) อาการ เวียนศีรษะ เป็นอย่างไรบ้าง

เวียนศีรษะ เกิดขึ้นตอนเปลี่ยนท่าทางของร่างกาย เช่น ลุกขึ้นยืน เวียนศีรษะ นั่งเร็ว เวียนศีรษะ นอนลง เวียนศีรษะ
เวียนศีรษะ รุนแรงมาก อาการ เวียนศีรษะ เล็กน้อย
ขณะ เวียนศีรษะ มีอาการภาพรอบตอบหมุนไปหมุนมา

2.) อาการ เวียนศีรษะ เกิดขึ้นตอนไหน นานแค่ไหน

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ
อาการ เวียนศีรษะ หายไปได้อย่างไร
อาการ เวียนศีรษะ เกิดขึ้นแต่ละครั้งนานทั้งวันหรือแค่ ซักพัก
อาการ เวียนศีรษะ มีอาการอื่นแทรกซ้อนด้วยไหมเช่น คลื่นไส้ หน้ามืด เป็นลม
เป็นบ่อยแค่ไหน ที่เกิดอาการ เวียนศีรษะ

3.) อาการที่เกิดร่วมกับอาการ เวียนศีรษะ

เวียนศีรษะ แล้ว มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยหรือไม่
เวียนศีรษะ แล้ว มีอาการเครียดด้วยหรือไม่
เวียนศีรษะ แล้ว มีอาการหน้ามืดเป็นลมหมดสติร่วมด้วยหรือไม่
เวียนศีรษะ แล้ว มีเสียงดังในหูหรือไม่
เวียนศีรษะ แล้ว มีอาการอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่

อาการ เวียนศีรษะ ที่กล่าวมาข้างต้นจะถูกวินิฉัยและแบ่งออกเป็น 4ประเภทดังนี้

อาการ เวียนศีรษะ มีลักษณะภาพรอบตัวหมุน(vertigo) เป็นอาการที่เราจะรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเราหมุน อาการที่กล่าวนี้ส่วนใหญ่จะพบหลังจากผู้ป่วยเปลี่ยนท่าทางที่คงอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น ท่านนอนอยู่และเปลี่ยนเป็นท่านั่งโดยทันที เมื่อลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นจะเกิดเป็นภาพหมุน บางรายจะเกิดอาการ แทรกซ้อนเช่น คลื่นไส้อาเจียน สาเหตุเกิดจากโรคของหูชั้นใน สาเหตุได้แก่

-Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV)เมื่อท่านหันศีรษะหรือพลิกตัวจะทำให้ท่าน เวียนศีรษะ บ้านหมุนเกิดจากโรคหูชั้นใน
-Vestibular neuronitis (labyrinthitis) เกิดจาการอักเสบของหูชั้นในจากเชื้อไวรัส
-Meniere’s disease เกิดจากน้ำเลี้ยงในหูชั้นในเพิ่มขึ้น
-Acoustic neuroma เกิดจากเนื้องอกกดเส้นประสาท
-Medications ยาหลายชนิดทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ เช่น Aspirin, streptomycin, gentamicin, caffeine, alcohol และยาโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ
2.) อาการ เวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลม Fainting มักเกิดขณะนั่งหรือนอนแล้วลุกขึ้นยืนผู้ป่วยจะรู้สึกเป็นลม หน้ามืด มีอาการใจสั่น เหงื่อออก หน้าซีด ต้องนอนหรือนั่งจึงจะดีขึ้นที่สำคัญคือจะไม่หมดสติ บางรายมีคลื่นไส้ สาเหตุ
-ความดันโลหิตต่ำ เมื่อท่านลุกขึ้นยืนเลือดจะไหลไปที่เท้าเนื่องจากแรงโน้มถ่วง ร่างกายจะปรับตัวโดยการบีบตัวของหลอดเลือดดำเพื่อให้เลือดกลับไปที่หัวใจเพิ่มนอกจากนั้นหัวใจจะเต้นเร็วขึ้น การปรับตัวทั้งสองเป็นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้อาจจะเกิดจากยาลดความดันโลหิต การเจ็บป่วยทำให้ได้รับน้ำไม่พอ ผู้ป่วยขาดน้ำอย่างรุนแรงเช่นท้องร่วงหรืออาเจียน หัวใจเต้นเร็วไปหรือช้าไป โรคของระบบประสาทอัตโนมัติเช่นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่นอนนานๆ ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วคราวทำให้เกิดอาการหน้ามืด
-เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอจากโรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ
3.) ผู้ป่วยที่มีอาการ เวียนศีรษะ หนักศีรษะมึนๆ ผู้ป่วยรู้สึกมึนในศีรษะสาเหตุที่พบบ่อยได้แก่
-โรคหูชั้นใน
-โรคเครียด
4.) เวียนศีรษะ แบบเดินเซทรงตัวไม่ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการทรงตัวไม่ได้เวลาเดิน โรคที่เป็นสาเหตุได้แก่
-โรคหูชั้นใน
-โรคของระบบประสาท
-ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อมและกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำให้ทรงตัวลำบาก
-จากยา เช่นยานอนหลับ ยากันชัก
อาการด้านบนเล่านี้ สามารถรักษาได้ด้วย

กัวซาบำบัด